
หลายคนมองว่าประกันเดินทางต่างประเทศเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพราะเชื่อว่าทริปของตัวเองจะเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ในความเป็นจริง ผู้ที่เคยเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิดระหว่างเดินทางมักเป็นกลุ่มที่ตระหนักถึงความจำเป็นของประกันเดินทางต่างประเทศมากที่สุด ประสบการณ์อย่างการป่วยฉุกเฉินบนเครื่อง การโดนยกเลิกไฟลท์ก่อนเครื่องขึ้น หรือกระเป๋าหายกลางสนามบิน ล้วนเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้กับใครก็ได้ และมักเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ
ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นแบบไม่รู้ตัวเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด
ผู้เดินทางจำนวนไม่น้อยคาดไม่ถึงว่าเหตุการณ์เล็กๆ หนึ่งเหตุการณ์สามารถเพิ่มค่าใช้จ่ายได้มากเพียงใด เช่น การไปโรงพยาบาลต่างประเทศเพียงเพื่อขอรับการตรวจเบื้องต้น อาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึงหลักหมื่นบาท หากต้องพักรักษาตัวหรือเข้าห้องฉุกเฉิน ค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัว ภาระเหล่านี้แม้จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ก็สามารถทำให้ค่าใช้จ่ายรวมของทริปสูงกว่าที่ตั้งใจไว้หลายเท่าและกลายเป็นปัญหาหลังกลับจากการเดินทาง
ปัญหาด้านเอกสารและกฎหมายที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่รู้
ในหลายประเทศ หากผู้เดินทางเกิดอุบัติเหตุและทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย หรือเป็นต้นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ อาจมีข้อผูกพันทางกฎหมายที่ซับซ้อนตามมา เช่น ต้องจ่ายค่าปรับ ค่าชดเชย หรือค่าทนาย แน่นอนว่าไม่มีนักท่องเที่ยวคนไหนต้องการตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ แต่ความจริงคือเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้คนหนาแน่น ประกันเดินทางที่ครอบคลุมความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกจึงเป็นสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยคิดถึง
การเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่ควบคุมไม่ได้
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ภัยธรรมชาติ เช่น พายุ หิมะตกหนัก หรือไฟป่า ทำให้การเดินทางของผู้คนจำนวนมากต้องหยุดชะงัก หลายครั้งสนามบินปิดกะทันหัน เครื่องบินต้องเลื่อนเที่ยวบิน หรือบางทริปต้องยกเลิกทั้งหมด ผู้ที่ไม่มีประกันเดินทางต่างประเทศมักต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเอง ตั้งแต่ค่าที่พักเพิ่มเติม ค่าอาหาร ไปจนถึงค่าเปลี่ยนตั๋วใหม่ แต่ผู้ที่ทำประกันสามารถยื่นเคลมเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
กระเป๋าเดินทางไม่ได้หายทุกครั้ง แต่ความล่าช้าก็สร้างปัญหาได้มากกว่าที่คิด
หลายคนคิดว่าโอกาสที่กระเป๋าจะหายมีน้อย แต่ในความเป็นจริง “กระเป๋าล่าช้า” เป็นปัญหาที่พบเจอบ่อยกว่ามาก การรอกระเป๋าที่ไม่มาถึงตามเที่ยวบินสามารถทำให้แผนเดินทางต้องเปลี่ยนทันที การไม่มีเสื้อผ้า ของใช้จำเป็น หรืออุปกรณ์บางอย่าง ทำให้ต้องซื้อของใหม่ทันที แม้จะเป็นค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ แต่ถ้าเกิดในประเทศที่ค่าครองชีพสูง ย่อมกระทบงบประมาณอย่างแน่นอน ประกันเดินทางต่างประเทศที่ชดเชยกรณีกระเป๋าล่าช้าจึงช่วยลดปัญหานี้ได้โดยตรง
ความเหนื่อยล้าจากการแก้ปัญหาเมื่ออยู่ต่างแดนโดยไม่มีใครช่วย
เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดในต่างประเทศ สิ่งที่ทำให้เรื่องราวซับซ้อนขึ้นคือการสื่อสาร โดยเฉพาะในประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ผู้เดินทางอาจไม่สามารถอธิบายปัญหากับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหรือโรงพยาบาลได้อย่างถูกต้อง ประกันเดินทางต่างประเทศที่มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงสามารถทำหน้าที่เป็นคนกลางที่ช่วยแปลภาษา ติดต่อหน่วยงาน หรือให้คำแนะนำในสถานการณ์จำเป็น ซึ่งเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่เคยคิดถึงจนกว่าจะเผชิญด้วยตัวเอง
ความแตกต่างระหว่างผู้เดินทางที่มีประกันและไม่มีประกันในสถานการณ์จริง
ผู้ที่มีประกันมักสามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีศูนย์ช่วยเหลือให้คำแนะนำทันที สามารถใช้สิทธิ์รักษาได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย และยังสามารถขอชดเชยค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นระบบ ตรงกันข้าม ผู้ที่ไม่มีประกันต้องหาทางแก้ปัญหาด้วยตนเองทุกขั้นตอน ซึ่งอาจใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายสูง บางครั้งยังต้องเปลี่ยนแผนการเดินทาง หรือยกเลิกกิจกรรมที่ตั้งใจไว้เพราะปัญหาที่เกิดขึ้น
ประกันเดินทางต่างประเทศเหมาะกับใครบ้าง
ไม่เพียงแต่เหมาะกับนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ยังเหมาะกับผู้ที่เดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจ นักเรียนที่ต้องไปเรียนต่อหรือแลกเปลี่ยน ผู้สูงอายุที่เดินทางไปเยี่ยมญาติ หรือครอบครัวที่ต้องการความปลอดภัยตลอดทริป ทุกกลุ่มควรมีประกันที่เหมาะสมกับรูปแบบการเดินทางและความเสี่ยงที่อาจเจอในประเทศปลายทาง
การเลือกประกันเดินทางต่างประเทศควรดูมากกว่าวงเงินค่ารักษาพยาบาล เพราะแต่ละทริปมีความเสี่ยงไม่เหมือนกัน ผู้ที่เดินทางไปประเทศหิมะควรดูความคุ้มครองเกี่ยวกับอุณหภูมิต่ำ ส่วนผู้ที่เดินทางเพื่อทำกิจกรรมผาดโผนควรเลือกประกันที่ครอบคลุมการบาดเจ็บจากกิจกรรมเสี่ยง นอกจากนี้ ควรเลือกบริษัทที่มีศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉินที่ติดต่อได้ง่ายและรองรับหลายภาษา