20 ที่เที่ยว พิษณุโลก – เพชรบูรณ์ดีต่อใจ แนะนำที่เที่ยวสาย Road Trip

“พิษณุโลก” (Phitsanulok) และ “เพชรบูรณ์” (Phetchabun) สองเมืองรองที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มากไปด้วยมนต์เสน่ห์ของขุนเขา สายหมอก ดอกไม้ และอากาศบริสุทธิ์ อากาศดี แถมเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ถ้าจะให้ฟินสุดๆ ต้องช่วงปลายปลายฝนไปจนถึงปลายฤดูหนาว เพราะเป็นช่วงที่ธรรมชาติสวยงามจับตา โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบูรณ์ที่โดดเด่นด้วยจุดชมทะเลหมอกแบบ 360 องศา เหมาะแก่การจิบกาแฟหอมกรุ่น ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางทะเลหมอก

พิษณุโลกถึงจะทะเลหมอกจะไม่อลังการเท่าเพชรบูรณ์ แต่ก็เป็นเมืองที่มีเสน่ห์ เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ ศิลปะวัฒนธรรม ที่เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวจองตั๋วเครื่องบินไป พิษณุโลก และ เพชรบูรณ์ เพื่อไปสัมผัสธรรมชาติ ดื่มด่ำกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน ชาร์ทพลังให้กลับคืนมีชีวิตชีวาอีกครั้ง เดินทางสะดวกสบายด้วยบริการจองตั๋วเครื่องบินไปพิษณุโลกจาก Traveloka ครบครันทั้งจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรมที่พัก และรถเช่า ทั้งประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย สะดวกสบายสุดๆ

สำหรับใครที่อยากจะเช่ารถขับเอง หรือจองตั๋วเครื่องบินไปลงพิษณุโลกแล้วอยากเที่ยวแบบ Roadtrip แนะนำให้ใช้บริการเช่ารถ หรือรถเช่ากับ Traveloka ได้เลย ทางไปจอง > https://www.traveloka.com/th-th/car-rental

1. วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร (Phra Sri Mahathat Woramahawihan Temple)

วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ “วัดใหญ่” ตั้งอยู่ที่ถนนพุทธบูชา ริมแม่น้ำน่าน เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลก และเป็นวัดที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย มีสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และประติมากรรมที่ล้ำค่า โดดเด่นด้วยพระวิหารที่สง่างามและคงสภาพสมบูรณ์ดีที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธชินราช” หรือที่ชาวเมืองพิษณุโลกเรียกว่า “หลวงพ่อใหญ่” พระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วยทองสำริด ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดในโลก บริเวณหลังพระวิหาร มีพระอัฏฐารส พระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติสูง 10 เมตร ซึ่งสร้างในสมัยเดียวกับพระพุทธชินราช ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารพระอัฏฐารสหรือ “วิหารเก้าห้อง” แต่ปัจจุบันตัวพระวิหารเหลือเค้าโครงเพียงเล็กน้อย ทุกๆ ปี จะมีงานนมัสการพระพุทธชินราช หรือ “งานวัดใหญ่” ในวันขึ้น 6 ค่ำ ถึงวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 3 หรือประมาณปลายเดือนมกราคม

2. วัดนางพญา (Nang Phaya Temple)

วัดนางพญา อยู่ในบริเวณเดียวกับกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร และวัดราชบูรณะ วัดนางพญาเป็นวัดเก่าแก่ขนาดไม่ใหญ่นัก ภายในอุโบสถของวัดมีพระประธานนาม “สมเด็จนางพญาเรือนแก้ว” เป็นพระพุทธรูปศิลปะแบบสุโขทัยปางมารวิชัย ลงรักปิดทองทั้งองค์ มีซุ้มเรือนแก้วประดับอย่างงดงาม ส่วนชื่อ “วัดนางพญา” นั้น สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากชื่อของ “พระวิสุทธิกษัตริย์ตรี” พระอัครชายาของพระมหาธรรมราชา และพระราชมารดาของพระสุพรรณกัลยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ ซึ่งปรากฏหลักฐานว่าทรงสถาปนาพระอารามแห่งนี้ในคราวบูรณปฏิสังขรณ์วัดราชบูรณะราวปี พ.ศ.2090 – 2100 และทรงสร้าง “พระนางพญา” บนหอระฆังของเจดีย์ ตามคติความเชื่อแต่โบราณ นับเป็น 1 ในพระชุดเบญจภาคี และได้รับสมญา “ราชินีแห่งพระเครื่อง” ที่เลื่องลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ และมีชื่อเสียงในด้านเมตตามหานิยม โดยเฉพาะสุภาพสตรีที่เป็นนักปกครองและหัวหน้างาน โดยจะมีความเชื่อว่าจะทำให้ผู้ใต้ปกครองยำเกรงประดุจนางพญา ปัจจุบันมีค่าและหาได้ยากมาก

3. พระราชวังจันทน์ (Chandra Palace)

โบราณสถานเก่าแก่ที่สำคัญ ถิ่นกำเนิดสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน ใกล้กับค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นที่ประทับเมื่อครั้งที่พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งอุปราช เมื่อคราวที่เมืองพิษณุโลกมีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญของกรุงศรีอยุธยา เป็นที่ตั้งศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยรอบประกอบด้วย “ศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์” จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และกำเนิดเมืองสองแคว “วัดวิหารทอง” ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของพระราชวังจันทน์ เป็นเจดีย์ประธานมีรูปแบบเป็นพระปรางค์สมัยอยุธยาตอนต้น เป็นที่ประดิษฐานพระอัฏฐารส “วัดศรีสุคต” ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้นอกกำแพงพระราชวังจันทน์ “วัดโพธิ์ทอง” ตั้งอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้นอกกำแพงพระราชวังจันทน์ “สระสองห้อง” เป็นสระน้ำโบราณที่สันนิษฐานว่าเป็นพื้นที่พระราชอุทยาน อายุราวพุทธศตวรรษที่ 21 – 23 เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30 – 18.00 น.

4. อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า (Phu Hin Rong Kla National Park)

“ภูหินร่องกล้า” ดินแดนแห่งเทือกเขาสลับซับซ้อน ตั้งอยู่บนรอยต่อของ 3 จังหวัด คือ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวแนวป่าเขาที่ครบเครื่องทั้งป่าไม้ น้ำตก ภูผา สัตว์ป่า และลานหินรูปร่างแปลกตา มียอดภูเขาที่สำคัญคือ ภูหินร่องกล้า ภูแผงม้า ภูขี้เถ้า ภูลมโล และภูหมันขาวที่เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ ทางด้านประวัติศาสตร์เมื่อครั้งเคย เป็นสมรภูมิแห่งการสู้รบ และที่ทำการของพรรคคอมมิวนิสต์
ได้แก่ พิพิธภัณฑ์การสู้รบ โรงเรียนการเมืองการทหาร กังหันน้ำ สำนักอำนาจรัฐ โรงพยาบาลรัฐ ลานอเนกประสงค์ สุสาน ที่หลบภัยทางอากาศ หมู่บ้านมวลชน และมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่โดดเด่นอย่าง ลานหินแตก ลานหินปุ่ม และผาชูธง ส่วนน้ำตกก็มีหลายแห่งเช่น น้ำตกหมันแดง น้ำตกร่มเกล้า-ภราดร น้ำตกผาลาด และน้ำตกตาดฟ้าหรือน้ำตกด่านกอซอง ส่วน “ธารพายุ” เป็นจุดชมวิว บริเวณกิโลเมตรที่ 32 เส้นทางภูหินร่องกล้า-หล่มเก่า สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของภูเขาและทะเลหมอกได้อย่างสวยงาม

5. เนินมะปราง (Noen Maprang)

เนินมะปราง หรือ “คุนหมิงเมืองไทย” อยู่ห่างจากตัวเมืองพิษณุโลกประมาณ 68 กิโลเมตร เป็นอำเภอเล็กๆ แต่ธรรมชาติไม่ธรรมดาเลย มีทั้งภูเขาหินปูน ทะเลหมอก ป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ บรรยากาศยังใสๆ อากาศยังดีมากอีกต่างหาก จุดท่องเที่ยวน่าสนใจคือ “บ้านมุง” แลนด์มาร์คของเนินมะปราง ชุมชนเล็กๆ ที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาหินปูนที่มีอายุกว่า 300 ปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง กิจกรรมห้ามพลาดของที่นี่คือ นอนโฮมสเตย์ นั่งรถอีแต๊กชมธรรมชาติ ศึกษาวิถีชุมชน เที่ยวป่าและปีนเขากังหันลม เพื่อขึ้นไปชมวิวด้านบนของยอดเขาที่สวยงาม จุดท่องเที่ยวน่าสนใจของเนินมะปรางคือ น้ำตกขุนห้วยเทิน วัดบ้านมุง ถ้ำนางมัทรี ถ้ำนางสิบสอง ถ้ำเดือนถ้ำดาว และ ถ้ำค้างคาว ซึ่งในช่วงเย็นจะได้เห็นฝูงค้างคาวนับล้านตัวเกาะกลุ่มบินออกจากถ้ำ มองเห็นเป็นทิวแถวยาวเหยียดหลายกิโลเมตร ซึ่งเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก

6. สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า (Romklao Botanical Garden)

อดีตสมรภูมิรบบ้านร่มเกล้า ได้ถูกพัฒนาเป็นสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า โดยพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นศูนย์อนุรักษ์และขยายพันธุ์พืชนานาชนิดที่อยู่ในประเทศไทย ไฮไลท์ของที่นี่ คือ “จุดชมวิวค้อเดียวดาย” เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นทางฝั่งลาวแบบ 360 องศา ชมวิวธรรมชาติแบบกว้างไกลสุดสายตา และเป็นดูดาวในยามค่ำคืน ที่นี่ยังมีสวนจัดแสดงพันธุ์กุหลาบและแมกโนเลีย เป็นที่รวบรวมดอกกุหลาบหลากหลายสายพันธ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพันธุ์ที่มาจากพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ และยังมีแมกโนเลียลูกผสม อาทิ แกรนดิฟลอร่าสีขาว ที่มีกลิ่นหอมเย้ายวน ซึ่งจะแข่งกันเบ่งบานในช่วงปลายหนาวไปจนถึงหน้าร้อน และยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติใกล้เคียงอย่าง น้ำตกชาติตระการ น้ำตกภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว และอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย

7. เขาโปกโล้น (Pok Lon Mountain)

จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และจุดชมวิวทะเลหมอกอันขึ้นชื่อของพิษณุโลก ซึ่งสามารถมองเห็นจากสันเขาโปกโล้น หรือเรียกว่า “ภูโปกโล้น” ตั้งอยู่ที่ ตำบลนครชุม อำเภอนครไทย การขึ้นไปชมวิวนั้นต้องใช้การเดินเท้าขึ้นไปเท่านั้น โดยใช้ระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ผ่านสวนยางพารา ลัดเลาะตามป่า ก็จะถึงจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของไทย ช่วงที่น่ามาเยือนที่สุดคือ ช่วงปลายฝนต้นหน้าหนาว ที่มีทะเลหมอกอลังการสุดลูกหูลูกตา นอกจากนี้ยังมีจุดสำคัญอื่นๆ ให้เที่ยวชม อาทิ บ่อเสือตก น้ำบ่อศักดิ์สิทธิ์ ถ้ำผาปอง เป็นต้น และยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมาย ทั้งนอนพักโฮมสเตย์ ปั่นจักรยานชมบรรยากาศหมู่บ้าน เดินเที่ยวชมทุ่งนาสีเหลืองทอง และเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้าน

8. อ่างเก็บน้ำแก่งไฮ (Kanghai Reservoir)

เป็นแหล่งน้ำในชุมชนบ้านแก่งไฮ ตำบลหนองกะท้าว อำเภอนครไทย มีอีกชื่อหนึ่งว่า อ่างเก็บน้ำห้วยชำรู้ มีต้นกำเนิดจากลำน้ำ 3 สาย คือ ห้วยซำรู้ ห้วยตามา และห้วยนาจาน ไหลมารวมกัน มีเนื้อที่กว้างใหญ่กว่า 600 ไร่ กิจกรรมยอดนิยมของที่นี่คือ “ล่องแพแก่งไฮ” โดยมีเรือหางยาวลากแพไปผูกติดกับทุ่นกลางอ่างเก็บน้ำ ใครจะเล่นน้ำ หม่ำอาหารอร่อย หรือนอนชมวิวเพลินๆ ก็ตามแต่อัธยาศัย นอกจากนี้ยังมีเรือเป็ด เรือเล็กให้เช่า หรือจะนั่งตกปลา เรื่องความปลอดภัยเต็มร้อย เพราะในแพจะมีอุปกรณ์ต่างๆ ไว้พร้อมสรรพ ทั้งเสื้อชูชีพ และห่วงยาง อีกทั้งมีเรือหางยาวคอยบริการส่งอาหารอีกด้วย ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการล่องแพแก่งไฮ วันจันทร์-ศุกร์ ราคาแพละ 300 บาท เหมาทั้งวัน และสำหรับวันเสาร์-อาทิตย์ ราคาแพละ 500 บาท สามารถนั่งได้ไม่เกิน 10 คนต่อแพ

9. อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง (Thung Salaeng Luang National Park)

เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ ตั้งอยู่ในเขตรอยต่อจังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดพิษณุโลก แลนด์มาร์กสำคัญคือ “ทุ่งแสลงหลวง” เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนาและทุ่งหญ้าสลับกับป่าสนสองใบ และมีพันธุ์ไม้ดอกมากมาย จึงถือเป็นทุ่งหญ้าสะวันนาที่สวยงามที่สุด จุดท่องเที่ยวอื่นๆ ภายในอุทยาน ได้แก่ “ทุ่งนางพญา” เป็นทุ่งหญ้าที่แวดล้อมด้วยป่าสนสองใบสลับกับป่าดิบแล้งและป่าเต็งรัง
“ทุ่งโนนสน” เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนเขา “ถ้ำพระวังแดง” เป็นถ้ำที่ใหญ่และยาวที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีน้ำตกแก่งโสภา แก่งวังน้ำเย็น และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติทุ่งนา ผกค. ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตรช่วงเวลาที่เหมาะแก่การไปเที่ยวและพักค้างแรม คือระหว่างเดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายน

10. ลำน้ำเข็ก (Khek River)

ลำน้ำเข็กมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาในจังหวัดเพชรบูรณ์ ทางด้านอำเภอเขาค้อ ไหลผ่านอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เป็นน้ำตกศรีดิษฐ์ และน้ำตกแก่งโสภา ไหลผ่านอำเภอวังทอง ไปรวมกับแม่น้ำน่าน ที่อำเภอบางกระทุ่ม ทำให้เกิดลำน้ำเข็กหรือแม่น้ำวังทอง ซึ่งเป็นแก่งที่ติดอันดับต้นๆ เรื่องความยากและโหดมากแห่งหนึ่งของกิจกรรมล่องแก่งในไทย เพราะตลอดเส้นทางกว่า 8 กิโลเมตร เต็มไปด้วยเกาะแก่งน้อยใหญ่ถึง 17 แห่งที่มีความยากอยู่ในระดับ 5 เลยทีเดียว มีแก่งหินน้อยใหญ่ให้พิชิตความกล้า แตกต่างกันไป 8 แก่ง คือ แก่งท่าข้าม แก่งไทร แก่งปากยาง แก่งหินลาด แก่งรัชมังคลา แก่งซาง แก่งโสภาราม แก่งนางคอย และแก่งยาว ใช้เวลาล่องแก่งเต็มที่ไม่เกิน 3 ชั่วโมง ฤดูที่เหมาะกับการล่องแก่ง คือเดือนกรกฎาคม – ตุลาคม

11. วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว (Wat Phra That Pha Son Kaew)

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว หรือชื่อเดิมว่า วัดผาซ่อนแก้ว ตั้งอยู่ บริเวณเนินเขาของภูเขาที่มีชื่อว่า “ผาซ่อนแก้ว” ในหมู่บ้านทางแดง ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ มีภูมิทัศน์สวยงาม เงียบสงบ และโดดเด่นมากที่สุดบนถนนสาย 12 พิษณุโลก-หล่มสัก ความโดดเด่นสวยงามนี้ยังถูกเสริมเติมแต่งให้วิจิตรงดงามมากขึ้น ด้วยองค์พระเจดีย์สูงสง่า ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน ซึ่งได้รับประทานมาจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก เจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว มีรูปทรงวิจิตรงดงามสร้างเลียนแบบดอกบัวที่ซ้อนกัน 7 ชั้น เพื่อถวายแด่องค์พระพุทธเจ้า สีสันที่สดใสของเจดีย์ เกิดจากการนำกระเบื้องสี ถ้วยชามเบญจรงค์ มุก ลูกปัด แก้ว แหวน เงินทอง สิ่งมีค่าต่างๆ ตลอดจนเซรามิคหลากสีสัน มาประดับประดาตกแต่ง เป็นลวดลายที่สวยงาม บริเวณใต้ฐานพระเจดีย์จะใช้เป็นที่เก็บรวบรวมหลักธรรมคำสอน ภาพปริศนาธรรม และเป็นที่เจริญสติภาวนา สำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วไป

12. ทุ่งกันหันลมเขาค้อ (Wind Farm Khao Kho)

ศูนย์เรียนรู้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้านพลังงานทดแทน โครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม และที่นี่ยังเป็นโครงการผลิตไฟฟ้าสะอาดโดยใช้พลังงานลม ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านชาวเขา บ้านเพชรดำ ในตำบลทุ่งสมอ อำเภอเขาค้อ จุดที่ตั้งของโครงการอยู่บนยอดเนินเขาสูง กว่าระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,050 เมตร มีต้นกังหันลมกระจายอยู่ในพื้นที่ 350 ไร่ จำนวน 24 ต้น แต่ละต้นมีความสูง 110 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางของวงพัดยาว 120 เมตร เป็นใบพัดกังหันลมที่มีขนาดยาวที่สุดในประเทศไทย สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยต่อปีราว 140 ล้านหน่วย ซึ่งต้นที่ใกล้ที่สุดจะอยู่บริเวณลานจอดรถใกล้กับไร่สตรอเบอร์รี่จีบี ส่วนด้านในพื้นที่โครงการไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไป

13. ไร่สตรอเบอรี่จีบี (Strawberry GB)

ไร่สตอเบอรี่และดอกไม้เมืองหนาวที่ปลูกเรียงรายไล่ระดับลงไปตามไหล่เขา อยู่ติดกับทุ่งกังหันลม ผลสตรอเบอรี่หวานสด ปลอดสารพิษ และที่สำคัญวิวอลังการมาก บรรยากาศของที่นี่ถูกขนานนามว่า ‘อำเภอปาย แห่งเขาค้อ’ อากาศเย็นสบาย โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาว ประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ทางไร่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวให้เก็บสตรอเบอรี่ด้วยตัวเอง ชั่งกิโลเสร็จก็รับประทานกันสดๆ อร่อยล้ำสุดๆ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสนุกๆ ให้เล่นอีกเพียบ เช่นการโล้ชิงช้าม้ง การขับรถฟอร์มูล่าม้ง เรียกว่า สนุกด้วย อิ่มอร่อยไปด้วยพร้อมกันเลยทีเดียว แถมยังมีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปเพียบ และยังมีสตรอว์เบอร์รี่ (Strawberry) สดๆ ให้อุดหนุนติดไม้ติดมือกลับบ้านอีกด้วย

14. ภูทับเบิก (Phu Tub Berk)

ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 40 กิโลเมตร เป็น 1 ในอันซีนไทยแลนด์ ด้วยระดับความสูง 1,768 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งถือเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ แวดล้อมไปด้วยทัศนียภาพแบบทะเลภูเขา และมีอากาศเย็นสบาย เนื่องจากร่องลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยและอยู่บนที่สูง จึงสามารถชมทิวทัศน์ได้กว้างไกลแบบ 360 องศา และมีทะเลหมอกให้ดูตลอดปี และมีลานกางเต็นท์นอนฟังเสียงธรรมชาติอย่างชิดใกล้อีกด้วย ภูทับเบิกยังเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง และมีแปลงปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใครอยากถ่ายรูปสวยๆ กับกะหล่ำปลีกลมๆ ควรไปช่วงกลางเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม และช่วงเดือนตุลาคม-กลางเดือนธันวาคม ส่วนอีกช่วงที่ไม่ควรพลาดคือ ระหว่างเดือนธันวาคมถึงมกราคม ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกซากุระเมืองไทย หรือนางพญาเสือโคร่ง บานสะพรั่งไปทั้งภูเขา งดงามตระการตายิ่งนัก

15. อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว (Nam Nao National Park)

อุทยานแห่งชาติแห่งที่ 5 ของประเทศไทย เป็นอุทยานที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง กั้นระหว่างภาคอีสานและภาคเหนือ เป็นป่าผืนใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ป่ารอยต่อ 2 จังหวัด คือ ในเขตอำเภอเมือง อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์และอำเภอคอนสาน จังหวัดชัยภูมิ ที่รวมป่าไม้หลากหลายประเภทไว้ด้วยกัน ทั้งป่าดงดิบ ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และป่าสนเขา ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นป่าสนที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของไทย มีจุดชมวิวริมหน้าผาสวยงาม อาทิ ผากลางโหล่น ผาล้อม ผากอง จุดชมวิวภูค้อเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และเป็นจุดที่มองเห็นภูกระดึงและภูผาจิตได้อย่างชัดเจน ส่วนจุดชมวิวถ้ำผาหงษ์ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ที่สวยงาม นอกจากนั้นยังมีถ้ำและน้ำตกที่สวยงามหลายแห่ง เช่น ถ้ำใหญ่น้ำหนาว ถ้ำผาหงส์ น้ำตกตาดพรานบา น้ำตกเหวทราย น้ำตกทรายทอง และยังมีทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง โดยเฉพาะในช่วงเดือน ธันวาคม – มกราคมของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงป่าเปลี่ยนสีเป็นสีแดงสลับเขียวที่สวยงาม

16. สะพานพ่อขุนผาเมือง (Phor Khun Pha Muang Bridge)

สะพานพ่อขุนผาเมือง หรือ สะพานห้วยตอง เป็นจุดชมวิวตามธรรมชาติบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 374 บนเส้นทางหลวง หมายเลข 12 เชื่อมต่อระหว่างภาคเหนือไปสู่ภาคอีสานตอนล่าง จากอำเภอหล่มสัก ขึ้นไปอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์
ได้ชื่อว่าเป็นสะพานที่มีตอม่อสูงที่สุดในประเทศไทย คือมีความสูงถึง 50 เมตร มีความกว้างของผิวจราจร 9.50 เมตร ความยาวของสะพาน 180 เมตร มีรัศมีโค้งยาว 200 เมตร มีความลึกมากถึง 50 เมตร เป็นช่วงที่มีทางชันลงเขายาวถึง 3 กิโลเมตร
สามารถจอดรถชมวิวได้ทั้งสองฝั่งของสะพาน จากจุดนี้จะมองเห็นภูมิประเทศที่หลงเหลือจากการเคลื่อนตัวเข้าหากันของแผ่นเปลือกโลกแผ่นเปลือกโลกที่ชือว่า “ชาน-ไทย” (Shan-Thai) ทางตะวันตก และแผ่นเปลือกโลก “อินโดไชน่า” (Indo China)
ทางตะวันออก เมื่อ 280-240 ล้านปี นับเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเช็คอิน

17. น้ำตกศรีดิษฐ์ (Sridit Waterfall)

น้ำตกศรีดิษฐ์ตั้งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาค้อ เป็นแหล่งต้นน้ำของลำน้ำเข็ก ซึ่งมีลำธารไหลต่อเนื่องมาจากเขาค้อ เป็นน้ำตกหินชั้นขนาดใหญ่ สูงประมาณ 30 เมตร ขนาดกว้างประมาณ 50 เมตร ด้านล่างเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ โอบล้อมด้วยธรรมชาติ ที่สมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก่อนหน้านี้คอมมิวนิสต์เคยใช้เป็นที่อยู่สำหรับการดำรงชีพในป่า ซึ่งยังปรากฎหลักฐาน และสิ่งของเครื่องใช้หลายอย่างในบริเวณน้ำตก เช่น บ้านพัก และครกตำข้าวที่ใช้พลังน้ำตกเป็นกลไกในการเคลื่อนกังหันตำข้าว ชื่อของน้ำตก “ศรีดิษฐ์” ตั้งขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงการพลีชีพของ ส.อ. ประพจน์ ศรีดิษฐ์ ผู้เสียสละชีวิตในการต่อสู้กับผกค. ในสมรภูมิรบแห่งนี้ และยังมีทหารหาญของชาติอีกหลายนาย ที่พลีชีพ ณ ที่แห่งนี้ โดยมีการจารึกรายชื่อนักรบผู้เสียสละไว้ พร้อมกับคติพจน์ประจำใจ “ตัวตายดีกว่าชาติตาย” บริเวณน้ำตกมีร้านค้าของที่ระลึกจากชาวเขา และร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยว

18. พิพิธภัณฑ์หล่มศักดิ์ (Lomsak Museum)

พิพิธภัณฑ์หล่มศักดิ์ ตั้งอยู่ที่อำเภอหล่มสัก จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรมของเมืองหล่มสัก ชุมชนที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน และเป็นมีความสำคัญทั้งทางประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีหลักฐานของการเข้ามาอยู่อาศัยของชุมชน มีวัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีการดำรงชีวิต เอกลักษณ์ และภาษาถิ่นของตนเอง ภายในพิพิธภัณฑ์ได้รวบรวมและจัดแสดงข้อมูลความรู้ต่างๆ ผ่านห้องจัดแสดงทั้งหมด 10 ห้อง ที่สะท้อนให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของชุมชนชาวหล่มสักอย่างแจ่มชัด เปิดให้เข้าชมฟรี ในวันพุธถึงวันศุกร์ เวลา 09.00-16.00 น. โดยแบ่งเป็น 4 รอบ รอบละ 1 ชั่วโมง ในวันเสาร์ เปิดเวลา 17.00 – 21.00 น. โดยไม่แบ่งรอบ หยุดวันอาทิตย์ – อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์

19. พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก (Kanchanapisek Pagoda)

พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก ตั้งอยู่ใกล้กับหอสมุดนานาชาติเขาค้อ อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเขาค้อไปทางทิศเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร เจดีย์แห่งนี้ชาวเพชรบูรณ์สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในวโรกาสทรงครองราชย์ 50 ปี เมื่อ พ.ศ. 2539 เป็นเจดีย์ขนาดใหญ่สูงสง่ามีลักษณะสถาปัตยกรรมผสมผสานทั้งแบบสุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ ยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา ภายในตกแต่งด้วยหินอ่อนและไม้สัก ประดิษฐานพระพุทธรูปรูปปางต่างๆ ทิศเหนือเป็นพระพุทธปางห้ามญาติ ทิศใต้เป็นพระปางรำพึง ทิศตะวันออกเป็นพระพุทธรูปปางเปิดโลก ทิศตะวันตกเป็นพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร จุดเด่นคือ “ห้องแห่งความลับ” เมื่อเข้าไปแล้วห้ามถ่ายรูปสิ่งที่อยู่ภายในและเมื่อเห็นสิ่งนั้นแล้วก็ห้ามนำกลับออกมาบอกผู้อื่นโดยเด็ดขาด ใครอยากได้คำตอบต้องเข้าไปพิสูจน์ด้วยตาของตนเอง

20. แก่งบางระจัน (Kaeng Bang Rachan)

แก่งบางระจัน อยู่ที่บ้านหนองแม่นา ตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่อยู่บริเวณติดกับลำน้ำเข็ก เป็นแก่งหินขนาดใหญ่ยาวประมาณ 300 เมตร ที่มีน้ำใสไหลเย็นตลอดทั้งปี ในฤดูฝนน้ำจะเอ่อท่วมแก่งมองไม่ค่อยเห็นก้อนหินสวยงามที่ซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำ ส่วนช่วงหลังฤดูฝนน้ำจะลดลง เกาะแก่งหินก็จะออกมาอวดโฉมต่อผู้ไปเยือน นอกจากจะมีทิวทัศน์ป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์สวยงามแล้ว ยังมีสัตว์ที่มีความพิเศษแตกต่างจากที่อื่น อาทิ หอยก้นตัด ปลาพุง ผีเสื้อสายพันธุ์ที่หายาก และที่สุดของที่สุดก็คือ แมงกะพรุนน้ำจืดสายพันธ์น้ำไหลที่มีที่แก่งบางระจันเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย และกิจกรรมสนุกๆที่มีให้ร่วมทำกัน เช่น พายเรือล่องตามลำน้ำชมธรรมชาติ 2 ข้างทาง และนั่งรถอีโก้งที่เป็นรถทางเกษตรของท้องถิ่นด้วย

แล้วคุณจะหลงรักจนถอนตัวไม่ขึ้นกับ 20 ที่เที่ยว พิษณุโลก – เพชรบูรณ์ จุดหมายปลายทางในฝันของเหล่านักเดินทางผู้รักธรรมชาติ สายลมและสายหมอก เตรียมแพ็คกระเป๋าไว้ให้พร้อม แล้วจัดแจงจองรถเช่าจาก Traveloka ไว้ล่วงหน้า เพื่อที่ความสะดวกและราบรื่นตลอดการเดินทางท่องเที่ยว ไม่ต้องกลัวหลงทาง ไม่ต้องมัวแต่นั่งมองแผนที่ เพราะรถเช่าพร้อมคนขับ จะพาคุณไปในทุกจุดหมายที่คุณต้องการ แถมค่าบริการไม่แรง เป็นอะไรที่ดีมากๆ

โพสใกล้เคียง